แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สินามิที่ริมฝั่ง "มิยากิ" ของเกาะ "ฮอนชู" แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สินามิที่ริมฝั่ง "มิยากิ" ของเกาะ "ฮอนชู" แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

Earth Quake in Japan On March 11 2011


คลื่น "สินามิ" ในประเทศญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันนี้ 11 มีนาคม ปี 2554 ที่ประเทศญี่ปุ่น เราเรียกชื่อตาม "ฉายา" ภาษาญี่ปุ่นที่ตั้งชื่อไว้ว่า "สินามิ" หรือ "น้ำทะเลไหลล้นเข้าท่วมฝั่ง"

เหตุเกิดจากมีการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกที่มหาสมุทรแปซิฟิก แผ่นดินไหวเราจะแยกเป็น 2 ประเภท คือ
1. แผ่นดินไหวที่เกิด "บนบก" และ
2. เกิดใน "ทะเล"


ถ้าเกิดบนบก จะทำให้บรรดาบ้านเรือน, ถนนหนทาง และสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในบริเวณนั้นสั่นสะเทือนและได้รับความเสียหายโดยตรง

แต่ถ้าเกิดขึ้นที่ทะเล จะทำให้เกิดการสั่นสะเทือนเช่นกัน แต่จะมีเพิ่มเติมคือมี "คลื่นยักษ์" เข้าถาโถมฝั่งหรือที่เรียกกันว่า"สึนามิ" นั่นเอง 



ท่านสามารถ"พิสูจน์"หรือ "ทดลอง" การเกิดการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ที่ "ศูนย์วิทยาศาสตร์คลอง5" จังหวัดปทุมธานี 

แล้วท่านจะทราบถึงการเกิดแผ่นดินไหวได้เลย ...ว่ามันเป็นอย่างไร...





การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้จะอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวค่อนไปทางทิศเหนือของประเทศญี่ปุ่นห่างเป็นระยะทางประมาณ 382 กิโลเมตร  



ความเป็นจริงแล้วการเกิดแผ่นดินไหวนั้นไม่ได้ไกลฝั่งมากเลย ห่างจากฝั่งระยะไม่เกิน 70 กม. ซึ่งจุดศูนย์กลางนั้นอยู่ใกล้ปลายเกาะฮอนชูมาก

ซึ่งเป็นแนวเดียวกันกับเกาะฮอกไกโดซะด้วย ในการเกิดแผ่นดินไว้ครั้งนี้สามารถวัดแรงสั่นสะเทือนได้ประมาณ 8.9 ริกเตอร์

ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์ "สินามิ" สูงประมาณ 7 เมตร ไหลล้นฝั่งหรือแผ่นดินที่อยู่อาศัยของผู้คน

ซึ่งน้ำที่เข้าท่วมบ้านเรือน ร้านค้า โรงงานที่อยู่ริมฝั่งทิศตะวันออกของประเทศญี่ปุ่นจะเป็นลักษณะ "ค่อย ๆ" ไหลเข้าท่วม และเป็นลักษณะ "คลื่นกระทบฝั่ง" เหมือนที่เคยเห็น ๆ กันมา

บริเวณที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ริมฝั่ง Miyagi (มิยากิ) บนเกาะ "ฮอนชู" เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ทำให้รถไฟใต้ดินต้องหยุดวิ่ง ตึกสูง ๆ ในมหานครโตเกียวเกิดการสั่นสะเทือน

จึงทำให้ผู้คนต้องออกจากสถานีรถไฟและออกจากตึกสูง ๆ เหล่านั้น ยังผลทำให้เกิดความ "โกลาหล" เป็นยิ่งนัก  

รัฐบาลจะกำหนดไว้ว่า บริเวณใดที่เสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบกับแผ่นดินไหวจะไม่ให้สร้างตึกสูง ๆ ซึ่งเป็นการป้องกันอันตรายอีกวิธีหนึ่ง

เกาะใหญ่ ๆ ของประเทศญี่ปุ่นเองจะมีทั้งหมด 4 เกาะ เกาะที่ใหญ่สุดของประเทศคือเกาะ "ฮอนชู" คือผืนแผ่นดินใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

โดยตั้งอยู่ตรงกลางของประเทศ เพราะเกาะทางด้านทิศเหนือสุดคือ เกาะฮอกไกโด และ ทิศใต้ของญี่ปุ่นจะเป็นเกาะ คิวชู

ส่วนอีกเกาะคือ เกาะชิโกกุ นั้นก็ใกล้เคียงแต่ไม่ใช่ใต้สุด แต่เกาะแก่งทั้งหมดของญี่ปุ่นเองจะนับได้ประมาณ 4,658 เกาะ หนึ่งในนี้คือเมือง "สึ" ครับ

เมืองสึนี้เป็นเมืองที่อยู่ทางภาคกลางของประเทศญี่ปุ่นอยู่บนเกาะ "ฮอนชู" นี่แหละครับ ฉะนั้นจึง "ไม่ค่อย" ได้รับผลกระทบกับคลื่นสินามิโดยตรง

จะกระทบแบบอ้อม ๆ เพราะจะมีแผ่นดินส่วนหนึ่งกันคลื่นไว้ ฉะนั้น บริเวณเมือง "สึ" นี้จะมีน้ำค่อย ๆ เข้าท่วมบางแห่งเท่านั้นก็คล้าย ๆ บริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีน้ำขึ้นสูงซัก 30 ซม.


ดังนั้น..ก็จะคล้ายกับน้ำที่ล้นถังเก็บไม่มีแรงกระแทกมากมายที่เมือง "สึ" ครับ ที่ได้กล่าวแบบเน้น ๆ ที่ "เมืองสึ" นี้เพราะว่าที่แห่งนี้เป็นที่ซึ่ง "น้องชาย" ของกระผมเอง (น้องชายของ "กระดิ่งทอง") อาศัยอยู่ที่เมืองสึนี้พร้อมกับครอบครัวรวม 4 ชีวิต  

"เมืองสึ" ถือได้ว่าเป็นเมืองที่สงบไม่พลุ๊กพล่านอย่างเมืองใหญ่ ๆ การใช้ชีวิตของ "น้องหรั่ง" ในญี่ปุ่นโดยไม่นับรวมสมัยไปเรียนปริญญาโทก็นับรวมได้ 4 ปี แล้วขอรับ


เหตุที่ได้ไปอยู่เมืองนี้เพราะไปเรียน "ด๊อกเตอร์" ด้านวิศวกรรม ได้ทุนของ กพ.ไปครับ ซึ่งก็เหลือเวลาที่จะจบอีก 2 ปีข้างหน้า ป่านนี้ยังไม่ทราบว่า เป็นอย่างไรครับ

หลังจากนั้น ตอนดึก ๆ ถึงจะติดต่อกันได้ ก็ปลอยภัยดีทุกคนครับ น้องบอกว่า เขาใส่ใจและแจ้งการ "เตือนภัย" แบบดีเยี่ยมและขนคนออกจากพี้นที่ได้ดีมาก ก็ "สบายใจ" ขึ้นเยอะครับ

ณ. เมืองสึ เมืองสึนี้เป็นเมืองเล็กเมืองหนึ่งในจังหวัด "มิเอะ" หลายท่านอาจจะไม่คุ้นเคยชื่อของเมืองแห่งนี้


เมือง "สึ" นั้นอยู่ไม่ไกลจากเมือง "นาโงย่า" ซักเท่าไรพื้นที่เขตแดนติดกันเลย บริเวณแต่ละจังหวัดของประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ประมาณแต่ละจังหวัดของประเทศไทยแหละครับ

เมือง "นาโงย่า" นั้นตั้งอยู่ในจังหวัด "ไอจิ" ซึ่งที่นี่ก็จะมีสนามบินที่ดัง นั่นคือ สนามบินนาโงย่า หรือชื่อทางการคือ "Central Chuba"

สนามบินนาโงย่าก็สร้างขึ้นมาจากการถมดินซึ่งอยู่นอกชายฝั่งห่างออกไปประมาณ 4 กม.

สนามบินที่เกิดจากการถมดินในทะเลของประเทศญี่ปุ่นเองนั้นมีด้วยกัน 2 ที่ คือ "สนามบินนาโงย่า" และ "สนามบินคันไซที่โอซาก้า"

ลักษณะการขนส่งผู้โดยสารจากสนามบินไปฝั่งก็ทำได้โดยรถไฟและเรือข้ามฝาก เพราะบางจุดรถไฟไม่ได้วิ่งผ่าน

ดังนั้น..ก็จะสัญจรโดยเรือข้ามฝาก เช่น ถ้าจากสนามบิน "นาโงย่า" จะไปที่ "เมืองสึ" ก็จะมาด้วยเรือข้ามฝากก็ได้ จะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที รถไฟฟ้าก็มาได้แต่เส้นทางจะอ้อมมาก

จากเหตุการณ์ "แผ่นดินไหว" นั้น สิ่งที่ได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวงอีกแห่งหนึ่งคือโรงงานอุตสาหกรรมที่อยู่ริมฝั่งทะเลของญี่ปุ่น

ส่วนหนึ่งของโรงงานคือจุดที่เป็นถังเก็บก๊าซ "LPG" หรือ "ก๊าซหุงต้ม" ในบ้านเรือนเรานี่แหละ เกิดการลุกติดไฟ ทำให้มีไฟไหม้เสียหายทั้งหมดเลย

 
เรามีภาพขณะที่น้ำไหลเข้าท่วมล้น "สนามบินเซนได" สนามบินแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ "ริมทะเล" ยังโชคดีมากที่ขณะนั้นไม่มีเครื่องบินจอดให้บริการ

การไหลของน้ำเข้าท่วมสนามบินครั้งนี้เร็วมาก และท่วมสูงด้วย คาดว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ เสียหายจากแรงกระแทกของน้ำเยอะมาก

เหตุการณ์แบบนี้หรือแบบไหน ๆ เราก็ไม่อยากให้เกิด สิ่งที่เกิดจากธรรมชาติคนเราพยายามติดตามและป้องกัน แต่...บางครั้งก็สุดวิสัยเกินกว่าจะรับไว้ได้

รวมภาพการเกิด "สึนามิ" ของญี่ปุ่นปี 2554



ภาพน้ำเข้าท่วมสนามบิน "เซนได"