วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

สอบก้าวหน้า "สารนิพนธ์" ของ A2,R4

สวัสดีปีใหม่ 2555 สำหรับคนไทยนะครับ ต้นปีใหม่นี้นาย "กระดิ่งทอง" ก็จะนำเสนอสิ่งสำคัญที่เคยได้ทำกันมา นั่นคือการ "สอบก้าวหน้า"

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำสารนิพนธ์ก่อนจบการศึกษาของทุก ๆ คนที่จะจบได้แบบจริงจังและสมบูรณ์

ในระหว่างที่สอบสารนิพนธ์นั้น "เข้มข้น" เพียงใด ท่านสามารถ "รับชม" ได้ตามด้านล่างต่อไปครับ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2554 นักศึกษา ป.โท(มจพ.) สาขาการจัดการอุตสาหกรรม ของระยองรุ่นที่ 4 และ อมตะรุ่นที่ 2 ได้ทำหน้าที่สำคัญคือการนำเสนอหัวข้อสอบของการทำสารนิพนธ์ แปลว่า "นิพนธ์ที่มีสาระ"

วิทยานิพนธ์ และ สาระนิพนธ์ นั้นความสำคัญไม่ได้แตกต่างกัน สำคัญอยู่ที่ "เนื้อหา" แต่ถ้าพิจารณาที่ชื่อแล้ว "สารนิพนธ์" จะเป็นรองเพราะใช้เวลาทำน้อยกว่า แม้กระนั้นให้พิจารณาที่ "เนื้อหา" จะดีที่สุด



เริ่มแรกนั้นเรามาดู "คุณกุ้ง" และ "คุณก้อย" กล่าวทักทายกันก่อน เพราะในช่วงเช้าเป็นช่วงที่กำลังเตรียมตัวกันเลย

ซึ่งบางคนก็อาจจะพร้อมที่จะนำเสนอและมีน้อยท่านที่ "ยังไม่พร้อม" ที่จะนำเสนอ ก็เนื่องมาจากภาระกิจส่วนตัวที่ต้องรับผิดชอบเยอะนั่นเอง ...เรามาชมภาพกัน...




จากนั้นเรามาชม "คุณทัศ" นักศึกษาของศุนย์อมตะ รุ่นที่ 2 ที่ "อารมณ์ขัน" ตลอดเวลา (เพราะผมยังไม่เคยเห็นเค้า "เคร้า" เลย)

คุณทัศ...ก็จะพาเราไปสัมภาษณ์นักศึกษาของ "อมตะรุ่นที่2" กันบ้างว่าก่อนที่จะมาสอบวันนี้นั้น เมื่อคืนได้ทำอะไรบ้าง ได้นอนมั้ย,นอนหลับดีมั้ย และมีความพร้อมที่จะนำเสนอได้มากน้อยเพียงใด




และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งท่านที่เป็นนักศึกษาของ "อมตะรุ่นที่ 2" ที่จะต้องนำเสนอหัวข้อของการสอบก้าวหน้า

นักศึกษาของ "อมตะ" นั้นก็มีหลาย ๆ ท่านที่ "เก่ง" และ "ตำแหน่งการงานที่ดี" หลายท่าน แถมยังหน้าตาดีและฉลาดล้ำเลิศอีกด้วย
...เรามาดูคุณทัศสัมภาษณ์กันดีกว่า....




เท่าที่ผมสังเกตุนั้น นักศึกษา "อมตะรุ่นที่ 2" ไม่ค่อยเครียดเลย ต่างกันกับนักศึกษาของ "ระยองรุ่นที่ 4" ที่ "เครียด" กันซะจริง ๆ

นักศึกษาหญิงทั้งสองท่านนี้ "ยิ้มแย้ม" และ "แจ่มใส" อยู่ตลอด คุยกัน "สวนเส" และ "เฮฮา" เหมือนว่าไม่มีอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา



กลุ่มนี้ยัง "จับเข่าคุยกัน" ไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะให้ ผ่อนคลาย มากที่สุด ...แถม...ยัง "หัวเราะ" กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่าง "สบายใจ"




อย่าง "หนุ่ม A2" ท่านนี้ก็ยกนิ้่ว "สู้ ๆ" เหมือนหนังเกาหลีที่ต้องให้กำลังใจกันเมื่อยามที่ "ท้อแท้" แทบจะทุกเรื่องเลย และยังบอกว่า "ไม่ว่าอะไรจะเกิด..ก็ต้อง..ลุย..แล้ว"


ใช่แล้ว....ก็จะไปเครียดมันทำไมล่ะ เพราะการทำอะไรก็ตาม...มันอาจจะไม่ถูกใจคนฟัง คนฟังก็ "ติ" เพื่อจะปรับปรุงเท่านั้นแหละ ...อิอิ...

        ...ไม่เชื่อลองดูครับกับภาพด้านล่างนี้...



จากนั้น "นายกระดิ่งทอง" นักศึกษาของศูนย์ระยองรุ่นที่ 4 ซึ่งทำหน้าที่หลายอย่างด้วยกัน หนึ่งในนี้ก็จะเขียนประวัติฝากไว้ที่ "อากาศ" โดยอยากดูเมื่อไรก็ "ดึงข้อมูล" ลงมาดูได้ เพียงขอให้มี "อินเตอร์เน็ต" เท่านั้นแหละ

แต่โดยส่วนมากผมเองก็ไม่ได้รู้หมดทุกอย่างหรอก อยากรู้ก็ถามคนโน้นคนนี้เอา ซึ่งเขารู้มากกว่า และเราก็จะรู้ตามเขาไป สิ่งที่ผมรู้ก็ "ชี้แนะ" คนอื่นไป เป็นการแลกเปลี่ยนซะมากกว่า

คราวนี้ขอกล่าวอะไรบ้างก่อนที่จะมีการเริ่มงานอย่างเป็นทางการ
ซึ่งก่อนที่จะถึงวันสอบนั้นก็ "หนักหนา" และ "สาหัส" เช่นกันครับ
                     ...ลองฟังดู...




หวนกลับมาคุยกับนักศึกษาของศูนย์อมตะอีกครั้งครับ ซึ่งเป็นคน "บ้า่นเฮา" ที่ "ระหก-ระเหิน" (เดินอากาศไม่ได้เท่านั้น)

บุคคลท่านนี้ก็เข้ามาหากินทางภาคตะวันออกอย่างเช่นตัวกระผมนั่นแหละ
มี "ฝีมือ" ในการ "เล่นกีต้า" แบบ "ขั้นอินทร์" ให้ความสนุำกสนานกับเพื่อนๆ ยามออกท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ

ผมไปร่วมงานสังสรรค์เพียง 2 ครั้ง ก็ยังประทับใจในฝีไม้ลายมือของเขาเลย มาฟังว่ามีอะไรจะเล่าบ้าง ...ติดตามครับ...



ต่อไปดู "คุณกุ้ง" (ขวามือ) กับ "น้องธี" (ซ้ายมือ) ให้สัมภาษณ์ ถึงความลำบากยากเข็นของการทำ "สารนิพนธ์" ก่อนที่จะออกมาเป็นเล่มได้อย่างไร


ทั้งสองท่านนี้ทำงานที่เดียวกัน และยังอยู่ใกล้กันด้วยนะ ฉะนั้นทั้งสองก็จะ "แซว" และ "ปรึกษา" กันเล่นได้เรื่อย ๆ


คุณกุ้ง ..เก่งขั้น "โคตรเซียน" ผมล่ะ "นับถือ" จริง ๆ ส่วนน้องธีนั้นก็แบบ "ชิว ๆ " ไม่เดือดไม่ร้อน แบบไหนก็ได้ ไม่ขัด ...แต่..แฝงไว้ด้วยความเชื่อมั่นที่ค่า p> 0.05 ครับ


          ....ติดตามดูเขาจะกล่าวอะไร....



กลับมาสัมภาษณ์กับ "สาว ๆ" อมตะ รุ่นที่2 กันอีกครั้งว่า รู้สึก "ตื่นเ้ต้น" เพียงใดก่อนที่จะขึ้นไปยืนบนโพเดียม

และจากที่สังเกตุตั้งแต่แรกนั้น ไม่ "หวือหวา" เท่าไร หรือว่าจะ "ทำใจ" ได้แล้ว ขอให้ทำใจแบบ "สบาย ๆ " ดีกว่า

ต่อไปก็มี "สู้ ๆ ๆ ๆ ๆ " เท่านั้่นแหละค่ะ....พี่ (จะเครียดทำไมล่ะค่ะ)

              ....เชิญชมกัน...



ช่วงของการเปิดงานจริง มีท่านอาจารย์ ดร. ยุทธชัย เป็นคนกล่าวเิปิดงาน และได้แนะนำประวัติของมหาวิทยาลัยว่า "กำเนิด" เกิดมาได้จากอะไร ก่อนที่จะมาเป็นชื่อนี้ ก่อนนั้นชื่ออะไร
               ...ติดตามครับ...



เราเริ่มกันที่คนแรกเลย "คุณเจริญ" หรือ "คุณชอร์ค" เรานี่เองครับ ท่านนี้เป็น "หัวหอก" สำคัญทางด้านวิชาการ กระผมมีข้อสงสัียอะไรก็จะถามกับท่านนี้ด้วย และก็ตอบได้ "ทุกอย่าง" ที่เกี่ยวกับที่เรียนครับ

เพราะคุณชอร์คนั้นก็เป็นคนที่ "ทุ่มเท" เวลา "ตีสอง" บางวันก็ยังไม่หลัีบเพราะผมเห็น "เมลย์" ยังส่งมาให้เพื่อน ๆ อยู่ กระผมจึงโทรถามข้อสงสัยซะ

(ต้อง "ขออภัย" ไฟล์ที่ผมบันทึกไว้ "เสียเป็นส่วนใหญ่" จึงไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการนำเสนอเท่าไร

             ...เชิญชมตามด้านล่างครับ...



มาฟังเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ด้านล่างหลังจากที่ได้นำเสนอสารนิพนธ์ไปแล้วหนึ่งคนนั่นคือคุณชอร์ค

เรามาฟัง "คุณสาวิตรี" พูดถึง "ความรู้สึก" จากที่อาจารย์ได้สอบถามปัญหาและที่มาที่ไปอย่าง "นานแสนนาน" คุณสาวิตรีรู้สึกอย่างไรบ้าง....ดีกว่า หวั่น ๆ หรือ ระแวง ๆ เอ๊ะ...อย่างไรกัน

             .....ตามนี้ครับ.....



จากนั้นเป็นคิวของคุณ "จักรภูมิ" ท่านนี้เป็นนักศึกษาของศูนย์อมตะรุ่นที่ 2 ขึ้นนำเสนอสารนิพนธ์ก็คนที่ 2 แต่ดูมาดภายนอกนั้น "ไม่หวัน" แม้แต่ครับ "ยิ้มแย้ม" และ "แจ่มใส" พร้อมที่จะรับ "คำติ-ชม" ได้ทุกเมื่อ (ว่างั้นเถอะ)

การนำเสนอเป็นไปอย่าง "ราบรื่น" แต่พอจบแล้ว "เท่านั่นแหละ" คำถามขนมาเป็นกองทัพ

...เชิญติดตามชม... (ตอนแรก, มีทั้งหมด 2 ตอน)



การนำเสนอสารนิพนธ์ของคุณจักรภูมิ (ตอนที่ 2)



จากนั้นมาฟัง "คุณวิเศษ" (ขวามือ) รำพึงรำพันเพื่อระบายความในใจบ้างว่า จะเป็นอย่างไร เพราะยังไม่ได้ขึ้นไปนำเสนอ ตัองรอคิวอยู่อีกตั้งหลายคน

รวมถึง "พี่ป๊อก" (ซ้ายมือ) ครับ ดูหน้าซีดหน้าเซียว (เชียว) แต่ด้วยประสบการณ์ที่ช่ำชองทั้งสองท่านนั้นไม่น่าจะ "สะพรึงกลัว" นะครับ

กระผมก็ต้องขอขอบคุณทั้งสองท่านด้วย เพราะกระผมก็เข้าไปปรึกษาหาความรู้ตั้งเยอะแยะและหลายครั้ง


พี่ป๊อก...นั้น "สุดยอด" มาก ทั้ง "คารมย์" และ "ความรู้" ชนิด "ขอมดำดิน" โผล่่มารู้เรื่องเลย แหม...ล้ำลึกมาก (ถึงกับกินยาเลยเหรอพี่)


ด้วยท่าทางนั้น แล..ว่าจะ "หวั่น ๆ " อย่างไรชอบกล

       
  ...ลองมาฟังความรู้สึก...




ต่อไปเป็นคิวของ "คุณนนทกร" ท่านนี้ถึงกับ "ยก" โรงพิมพ์มาด้วยเลย แหม..ประทับใจมาก คิดกันตอนนั้นเลย ประเภท "just in time" หรือ "ทันเวลา" พอดีเลย (อยู่โรงงานญี่ปุ่นหรือเปล่าเนียะ)

ซึ่งผมเองก็เห็นท่านนี้ "ง่วน" อยู่ตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับ การจัดลำดับที่ดีก็ทำให้ประสบความสำเร็จไปบ้างแล้ว นี่ดีนะที่นำเสนอคนกลาง ๆ ถ้าเป็นคนแรก ๆ น่าจะ "จ้าละหวั่น" เป็นแน่แท้ ...ลองดูครับ...



       ต่อไปเป็นการนำเสนองานของ "คุณนนทกร"



ต่อไปเป็นช่วงเวลาการนำเสนอสารนิพนธ์ของ "คุณวิเศษ" การนำเสนอจะออกมาในรูปแบบของ "การออกแบบการทดลอง" หรือ "DOE" ตามที่ได้ร่ำเรียนมา

จากภาพที่เห็นนั้นสื่อได้ว่า "จิ๊บ จิ๊บ" แสดงว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่แน่ ๆ

ทำเรื่องเกี่ยวการนำสารทำความเย็นที่ทดสอบแล้วกลับมาใช้ใหม่อีกเพื่อลดต้นทุน อาจารย์ที่ปรึกษาคือท่านอาจารย์สมเกียรติ จงประสิทธ์พร

...ติดตามชมกันได้เลย...



ลำดับต่อไปก็เป็นคิวการนำเสนอสารนิพนธ์ของ "ศุภณัฐ" หรือ "กระดิ่งทอง" เรื่องที่นำเสนอนั้นก็เป็น "การออกแบบการทดลอง" หรือ "DOE" เช่นกัน

ครั้งแรกนั้นเป็นการนำเสนอแบบ One way ANOVA เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการฉีดน้ำเื่พื่อระบายความร้อนที่ชุดแผงคอนเดนเซอร์ จุดประสงค์หลักคือ การลดปริมาณน้ำที่ใช้ฉีดระบายความร้อน โดยยังคงรักษาอุณหภูมิด้านขาออกให้ได้เท่าเดิ

แต่ว่า ก่อนหน้านั้นไปหาแซวเขาทั่วไปหมด..รับชม..



   ต่อไปเป็นการนำเสนอสารนิพนธ์ของ "คุณศุภณัฐ"



สำหรับท่านต่อไปคือ "คุณณรงค์ชัย" การนำเสนอก็เป็น "การออกแบบการทดลอง" โดยใช้ One way ANOVA เพื่อทำการทดสอบเช่นกัน ซึ่งจะลดปริมาณสารเคมีที่ใช้ฉีดเข้าไปในระบบ

แต่ก่อนที่จะขึ้นสอบนั้น "หวั่นไหว" มากเลย มาถึงก็ช้า เก้าโมงเช้าเขาบอกยังอยู่ที่ระยองอยู่เลย โถ ๆ ๆ ท่าน คิดว่า...เขานำเสนอตอนบ่าย นี่ถ้าโดนนำเสนอตอนเช้าคนแรก ๆ "จุก" ครับ ไม่รู้ว่าจะออกมารูปแบบใด

...ลองชมภาพกัน...



ต่อไปเป็นการนำเสนอสารนิพนธ์ของ "คุณณรงค์ชัย"

 

ลำดับต่อไปคือคุณ "ณรงค์ฤทธิ์" หรือ "น้องหมาก" ของเรานี่เอง การนำเสนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีอุปสรรค 
 
...แต่...พอนำเสนอจบเท่านั้นแหละท่าน คำถามตามเป็น "กระบุง" ตอบแทบไม่ทัน

ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคำถามเพื่อที่จะให้เรายืนยันด้วยความมั่นใจว่า "ใช่" ไม่ได้ "ลอก" เขามานะ ตอบได้ไม่ "ตะกุกตะกัำก" และ "ไหลลื่น" นั่นคือ "ทำเอง" สำคัญคือ "อย่าลอก" เขามา
 
         ...ชมภาพกัน...




ต่อไปเป็นการนำเสนอ
สารนิพนธ์ของ "สาวงามคนสวย" ของ A2 นามว่า "สาวิตรี" (นางในวรรณคดีหรือเปล่า) ซึ่งก่อนที่จะขึ้นไปนำเสนอสารนิพนธ์นั้นก็หนักใจไปแล้วครั้งหนึ่ง

และต่อไปนี้ก็ต้องขึ้นไปนำเสนอสารนิพนธ์ของตัวเองที่ได้ทำไว้ ช่วงที่นำเสนอนั้นก็ว่ากันไป ครั้นเมื่อจบแล้วก็มีคำถามมาอีก
"กระบุงโกย" เฮ้อ...อ ก็ว่ากันตามธรรมเนียมน่ะนะ 


              ...ลองชมกัน...



ต่อไปนั้นเป็นลำดับของ "คุณวิบูรณ์" สายนี้จะเป็นในแนว "ระบบสารสนเทศน์" การนำเสนอจะนิ่งมาก (ประสบการณ์มาก)

การนำเสนอไปเรื่อย ๆ ออกมาแบบ
"พระเอก" รูปหล่อเสื้อหนัง (ว่าไปนั่น) เนื่อหาสาระนั้นก็ยัง "เข้มข้น" เ่ช่นเดิม

      ...ติดตามชมภาพกัน...



ลำดับต่อไปเป็นการนำเสนอของ "คุณสุทัศน์" A2 พ่อหนุ่มอารมณ์ดี เพราะผมยังไม่เคยเห็นเขาเครียดซักครั้งเลย สุขตลอด 

การนำเสนอก็ออกไปในแบบ "การออกแบบการทดลอง" หรือ DOE นำเสนองานไปเรื่อย ๆ ครับ ไม่ค่อยหนักใจเท่าไร (ตามประสาคนอารมณ์ดี)
ตอนท้ายก็เจอคำถามบ้างเล็กน้อย (พอเป็นกษัย) หรือว่าทำมาดีก็ไม่รู้นะ
            ...ชมภาพกัน...



ต่อไปเป็นการนำเสนอของคุณ "สหรัส" งานที่นำเสนอออกมาในแนว "ระบบสารสนเทศน์" สื่อด้วยข้อมูลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

โดยการใช้โปรแกรม "ไมโครซอฟแอคเซส" เขียนขึ้นมา โดยนำเอาข้อมูลที่ยังไม่เคยมีขึ้นมาใช้ในที่ทำาน ความยากง่ายก็อยู่ที่คนทำครับ (ผมเคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวนิด ๆ ก็ว่า "เอาการ" อยู่น่ะ) ก็มีท่านอาจารย์ ดร.ดร.อรรถกร เก่งพล เป็นที่ปรึกษาครับ (สุดยอดแล้ว) 

           ...ติดตามชมครับ...



ท่านต่อไปคือ "พี่หมู" ครับ สำหรับท่านนี้ก็นำเสนองานต่อผู้ใหญ่เยอะ ฉะนั้นการนำเสนอก็จะ "นิ่ง" เป็นเรื่องปกติ ประสบการณ์สำหรับการนำเสนอมาก ก็จะนิ่งหน่อย

ส่วนเนื้อหานั้นก็ได้ยินว่า "ไม่ค่อยลงตัว" อยู่บ่อยครั้ง แต่ท้ายสุดก็คง "ลงตัว" น่ะ (ง่ายกว่านี้ยังทำมาแล้วเลย...ใช่มั้ยพี่) 55



         ...มาชมภาพกัน...




สำหรับท่านต่อไปคือ "น้องธี" ครับ เด็กหนุ่มไฟแรง (แซงตลอด) งานนี้ "น้องธี" ก็นำเสนอดีครับ ...แต่..เป็นงานใหญ่ ท่านอาจารย์จึง "กังวล" ว่าถ้าเขาไม่นำมาใช้ เราก็ไม่จบ

งานสารนิพนธ์นี้ไม่ใช่แค่นำเสนอไว้เฉย ๆ ต้องทำได้ด้วย และพิ
สูจน์ได้ ไม่อย่างนั้น "ไม่จบ" ครับท่าน น้องธีจึงต้องเปลี่ยนหัวข้อไป (ลำบากอีกเยอะเลย)
 

             ...ชมภาพกัน...

 

ท่านสุดท้ายคือ "น้องอี๊ฟ " คนงามของ A2 ต้องสวยตลอดครับ นี่ขนาดจะขึ้นบนเวทีแล้วน่ะเนี๊ยะ 555

สาวงามคนนี้ก็เสนอเรื่องที่ "ใหญ่" เช่นกัน และ "ควบคุมยาก" เรียกได้
ว่า "ไกลตัว"

ดังนั้นวันที่ได้เสนอสารนิพนธ์จึงถูกสอบถาม "เยอะ" และใช้เวลานาน ซึ่งผู้ฟังก็เกรงว่าจะ "เอาไม่อยู่"
 

               
...ลองชมบรรยากาศกัน...

 

สุด ๆ แล้วดูว่า ระหว่างนักศึกษาศูนย์ระยอง R-4 กับนักศึกษาของศูนย์อมตะ A-2 ใคร "เครียด" กว่ากัน

ท่าที่ดูจากภาพนั้น "คุณน้อง" (คนในภาพ) ขมักเขม้นซะจริง ๆ ก่อนที่จะขึ้นจะ "ต้อง" จำให้ได้ทุกตัวอักษร ...เอากับเขาสิ...

...ก็ดูได้ตามภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวนี้ละกันครับ...



ต่อไปเป็นการกล่าวปิดงานของท่านอาจารย์ อรรถกร เก่งพล และ ท่านอาจารย์สมเกีียรติ จงประสิทธิ์พร



วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2554

บันทึกการท่องเที่ยวยุโรป ปี 2554


ครั้งหนึ่ง นาย...กระดิ่งทอง ได้ไปเยี่ยมเยือน "ยุโรป" มาแล้ว แน่นอน "ยุโรป" นั้นเป็นอีกหนึ่งความไฝ่ฝันของหลายต่อหลายคน

 คล้าย ๆ กับศาสนาอิสลามที่บอกไว้ว่า ...ในช่วงหนึ่งของชีวิตจะต้องไปกรุงเมกกะให้ได้... การเดินทางเริ่ม 22-28 ตุลาคม 2554



ฉันใดก็ฉันนั้นครับ ตัวกระผมเองก็ใฝ่ฝันไว้เช่นกัน นั่นเพราะอะไรเหรอ (ถามในใจ)


ด้วยความเจริญที่อยู่ในดินแดนของยุโรปนั้นมีมานานและยังดำรงคงอยู่และผู้คนก็อาศัยในที่นั้น ๆ ด้วยนั่นเอง


และปัจจุบันนี้ "ยุโรป" ก็เป็นทวีปที่ได้ชื่อว่า "พัฒนาแล้ว" เกือบทั้งหมดยกเว้นเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้น

การเดินทางในแถบยุโรปนั้นก็สะดวกและรวดเร็วยิ่งนัีก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องบิน,รถไฟ,หรือรถยนต์ก็ตาม

และอัตราการใช้เงินก็ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นเงินสกุล "ยูโร" และจะรู้จักกันเกือบทั้งหมด


การท่องเที่ยวครั้งนี้จะมีทั้งหมด 3 ประเทศ คือ สวิสร์ลนด์,ออสเตรี,และเยอรมัน

แน่นอนเราอาจจะได้ิยินคำกล่าวที่ว่า "สวิสเซอร์แลนด์ดินแดนในฝัน" มาไม่มากก็น้อย

 หรือการสร้างบ้านตามหุบเขาที่ร่่มรื่นและเย็นก็จะนำคำกล่าวอ้างนั้นมาเสนอขายด้วยว่า ป็สวิสเซอร์แลนด์เมืองไท ประมาณนี้นั่นเอง


การเดินทางครั้งนี้ไปกัน "กโขยง" ใหญ่ เพราะว่าเป็นนัศึกษาปริญญาโทพระนครเหนือ าขาการจัดการอุตสาหกรรมของศูนย์ระยองรุ่นที่ 4

ซึ่งไปพร้อมกับท่านอาจารย์อีกหลายท่าน เหตุผลการไปครั้งนี้ก็เพื่อการศึกษาดูงาน




แต่หนึ่งในนั้นคือ ท่านอาจารย์ ดร.ดร. อรรถกร เก่งพล ซึ่งท่านได้ไปศึกษาอยุ่ที่เมือง "อินบรู๊" ประเทศออสเตรีย

ดังนั้น..ท่่านอาจารย์จึงมีความรู้เกี่ยวกับเมืองต่าง ๆ ในดินแดนยุโรปมากมาย



แหละท่านอาจารย์ยังเป็น "มัคกุเทศน์" พานำเราเที่ยวและเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังแบบละเอียดและได้ความรู้เพิ่มเติมอย่างมากมายด้วย



คุณรู้มั้ย.....คนไทยกับการเดินทางด้วยเครื่องบินนั้น "สำคัญและยิ่งใหญ่มาก"

ดังนั้น  ถ้ามีใครที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินแล้วล่ะก็....ญาติ ๆ ก็จะยินยอมพร้อมใจก้นไปส่ง แต่ขอโทษฮะ....ไม่ค่อยมีเก้าอี้นั่ง (บรรเจิดมาก)


ฉะนั้น...จึงต้องยืนไงจะได้เมื่อย ใช่....มีน้อยมากที่อาจจะมีคนถามว่า ...จะไปส่งกันเยอะแยะทำไม... เรายังสังคมแบบ "คนไทย" ฝรั่งไปคนเดียวได้...แต่...ชีวิตจริงฝรั่งก็อยู่คนเดียวไง

สนามบินสุวรรณภูมินั้นใหญ่โตมาก มีเครื่องบิน บินขึ้นและบินลงทุก ๆ 1 นาที


แต่สนามบินของคนไทยนั้น "ยาก" ที่จะเข้าไปดู "เพราะไม่มีที่ดูเครื่องบิน" และ "จอถยาก" ซ้ำยัง "ค่าเช่าจอดรถก็แพง" สำคัญคือ "เก้าอี้" ที่จะให้ญาติ ๆ ที่ไปส่งนั่งนั้นมีน้อาก

เอาล่ะ....เล่ามายืดยาว ก็มาเริ่มเดินทางกันดีกว่า เราเริ่มกันที่ "สนามบินสุวรรณภูมิ" ของไทยเราซึ่งว่ากันว่าเป็นสนามบินอีกแห่งที่สวย,ใหญ่และทันสมัยที่สุดก็ว่าได้ แถมยังเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติด้วย

เราก็ดูเพื่อ "รำลึก" เหตุการณ์ครั้งนั้นกันดีกว่า



จากนั้นเราก็ไปถึงสนามบินเมือง "ซูริค" ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์กันแล้ว

ช่วงบ่าย ๆ ก็ได้ขึ้นไปชมยอดเขาที่มีชืื่อเสียงของโลกนั่นคือ "ยอดเขาทิตลิส"

ถือได้ว่าเป็นความยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มาโอกาศ "พิชิตยอดเขา" ที่สูงมาก ๆ อีกแห่งหนึ่ง


อะฮ่า...เป็นยอดเขาที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3020 เมตร เลยทีเดียว

เป็นความประทับใจของคณะเราเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาสัมผัส

เราำ้ก็ได้ "ถ่ายภาพหมู่" เพื่อเป็นที่ระลึกกันที่นี่ครับ..

...ชมภาพเคลื่อนไหวประกอบกัน...




ช่วงเย็นนั้...เรามาท่องยามราตรีที่เมือง "ลูเซิร์น" ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์กัน หาร้านเบียร์แท้ ๆ ของเมืองลูเซิร์นดื่มเพื่อความรื่นรมภ์

ในใจลึก ๆ คืออยากที่จะเดินชื่นชมเมืองนั้น ๆ แบบนาน ๆ เพราะว่าเราเงไม่ได้มาบ่อย หรืออาจจะไปเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น การเดินชมเมืองจึงทำได้ในราคาที่ถูก



าย..กระดิ่งทอ..ได้ดื่มด่ำกับรสชาดของเีบียร์อย่างถึงพริกถึงขิงกับคุณธนะประสงค์กันสองคน เพราะคนที่ไปด้วยไม่ดื่มฮะ..จึงไม่รู้ถึงรสชาดของเบียร์เมืองลูเซิร์น

ในภาพนี้...ช่างดูเหมือนนักดื่มมืออาชีพเสียจริง ๆ ร้านที่เข้าำไปดื่มนี้ ตั้งอยู่ข้าง ๆ กับสะพานชาเปลที่มีอายุร่วม 600 ปี

...ชมบรรยากาศกัน...



รุ่งขึ้น..เรา็ก็เดินทางไปที่เมือง "อิ๊นบรู๊ค" ด้วยความหมายที่แยกกันออกมาคือ "อิ๊น=แม่น้ำ" ส่วน "บรู๊ค=สะพาน" รวมกันจึงได้คำว่า "สะพานข้าม่น้"

เมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศออสเตรีย ล้อมรอบไปด้วยหุบเขา มี "คาสิโน" ให้เล่นด้วยถ้า "ดวง" ไปทางนี้ก็ "นิมนต์" ได้ขอรับ


เมืองนี้ "ท่านอาจารย์อรรถกร" เล่าให้ฟังว่า เขาเข้ามาเมืองไทยเพื่อหาซื้อ "คัมภีร์ใบลาน" ที่ทิ้ง ๆ จากบ้านเรา แล้วให้นักศึกษาไทยแปลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้รู้ว่าเราเขียนอะไรไว้บ้างในใบลานนั้น

สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ "ตำรายาสมุนไพรไทย" ที่เขียนอยู่ในนั้น แล้วเขาก็ทำการวิจัยว่าเป็นจริงหรือไม่ สุดท้ายคือ "จริง" ครับ

และสุดยอดยาที่สกัดได้ก็ออกมาจากเมืองอิ๊นบรู๊คนี่เองซึ่งได้สูตรมาจากใบลานของคนไทยที่ิทิ้งแล้วนั่นเอง

และเมื่อเขาขายก็จะขายเป็น "โดส" หรือ "หยด" ตามประสาคนไทยทั่วไปเรียกกัน ..แหละราคายานั้น "แพงมาก" เสียด้วยซี

ท่านอาจารย์ยังนำพาเราท่องเที่ยวอีก ..มาฟังกันดีฝ่า...



ล่วงล้ำเข้าสู่ประเศเยอรมัน ก็เข้าไปท่องเที่ยวปราสาทที่สำคัญ ๆ นั่นคือ "ปราสาทนอยชวานสไตน์"

ลักษณะการสร้างจะเป็นแนว "วรรณกรรม" ของทางยุโรป

เมื่อเห็นปราสาทแห่งนี้ทำให้นึกถึงภาพยนต์การ์ตูนหลาย ๆ เรื่อง เช่น สโนว์ไวท์และคนแคระทั้งเจ็ด หรือ เจ้าหญิงนิทรา


ซึ่งเป็นปราสาทที่สวยงาม,มีืชื่อเสียง,ยิ่งใหญ่ และนำเงินเข้าประเทศเยอรมันเป็นอันดับต้น ๆ เสียด้วย

แต่....ก็ยังมีคนบางคนถึือว่าเป็นโอกาสสำหรับการกลับบ้านเกิด

...เรามาดูกันสิว่าจะเป็นใคร...




เราไปชม "เมืองแห่ง BMW" กัน ถือได้ว่าเป็นเมืองแห่ง BMW เลยก็ว่าได้ โลกแห่งบีเอ็มดับเบิลยูนั้นตั้งอยู่ที่แคว้น "บาวาเรีย"

ซึ่งมีธงประจำรัฐเป็นสีฟ้าขาวสัญญลักษณ์ของ BMW นั้นหมายถึงการขับเคลื่อน สถานที่ตั้งอยู่ที่เมือง "มิวนิค" ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐ บาเยิร์น


BMW Welt เป็นภาษาของเยอรมัน ถ้าเป็นภาษาอังกฤษคือ BMW World แปลว่า โลกของบีเอ็มดับเบิลยู

BMW Welt เป็นสถานที่ใช้รับรถส่งรถให้กับลูกค้า ยังเป็นสถานที่นัดหมาย,ประชุมและสัมมนาก็ยังได้เพราะมีห้องให้เช่าด้วย


อาคารของ BMW Welt ทำจาก stainless steel clad ตามสถิตินั้นสถานที่แห่งนี้มีการมอบรถให้กับลูกค้าไม่ต่ำกว่า 100 คันต่อวัน


ด้านบนที่เป็นหลังคา มีระบบพลังงานแสงอาทิย์ขน 800 kWatt เรียกได้ว่า ผลิตเองใช้เอง สถานที่นี้ตั้งอยู่ที่ถนน Am Olympiapark 1 ด้านตรงข้ามถนนก็จะเป็นตึกรูปทรงกระบอกติดกัน โดยใช้เป็นสำนักงานใหญ่ของ BMW

...ดูภาพเคลื่อนไหวว่ามีอะไรบ้าง...



ด้วยความบังเอิญ....กระดิ่งทองกับคุณชอร์คมาเจอคนไทยด้วยกัน (ผู้หญิง) นั่นคือ พี่สมลักษณ์ครับ

พี่เค้าเป็นคนโคราชเมืองย่าโม พี่สมลักษณ์จึงพาเราท่องเที่ยวไปเรื่อยจนไปดูที่เก็บพระศพของกษัตริย์ลุดวิคที่2 เข้าให้

ฉะนั้น  จึงจะเสียเวลาอยู่ใย ค่าเข้าชม 2 ยูโ จึงเข้าไปชมดูสิว่ามีจริงหรือไม่

โอ...พระเจ้า ของจริงครับ กลิ่นยังอบอวนอยู่เลย และเก็บศพมากมายซึ่งเก็บอยู่ในโลงเหล็ก เท่าที่ดูด้วยตานั้น มีตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ครับ

น่าจะล้างราชวงศ์อะไรประมาณนี้ คิดว่าคงจะเกิดเหตุการณ์ใกล้เคียงกับกษัตริย์ลุดวิคที่2 เสียชีวิตด้วยการจมน้ำ

 (ภาพด้านซ้ายมือคือบัตรเข้าชม
พระศพลุดวิคที่2 ราคา 2 ยูโรป)

         ...มาดูสถานเก็บพระศพกัน...





สิ่งที่อยากจะสัมผัสอีกสิ่งหนึ่งคือ "โรงเบียร์เยอรมั" ซึ่งเป็นโรงเบียร์ที่มีอายุยืนยาวมากกว่า 400 ปี

โดยเริ่มแรกนั้นโรงเบียร์แห่งนี้จะผลิตส่งแต่เฉพาะพระราชวัง



..ครั้นเมื่อ..กษัตริย์เสียชีวิตหมดแล้ว โรงเบียร์นี้ก็ถ่ายทอดอำนาจไปอีกหลายต่อหลายคน

แต่ยังคงผลิตเบียร์และเปิดบริการให้กับคนทั่ว ๆ ไปได้เข้ามาดื่มด่ำกันอยู่ตลอดเวลาจนถึงปัจจุบัน



 
เสน่ห์ของที่นี่คื ส่งเสียงดังได้ แต่ ห้ามทะเลาะกัน ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยจะเห็นเขาทะเลาะกันมีแต่มาสนุกกันซะมากกว่า

ข่าวคร่าว ๆ นะ....วันหนึ่ง ๆ มีคนมาดื่มและกินขาหมูที่นี่ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน เมื่อเข้าไป "สัมผัสบรรยากาศแล้วสนุกมาก"

..."รายได้" จะเท่าไรนะ  และ "หมู" ต้องตายเท่าไหร่นะ...  


วันที่ได้เดินทางไปเยี่ยมสถานที่แห่งนี้นั้น มันตื่นเต้นมาก ผู้คนสนุกสนานเหมือนมีงานรื่นเริงอะไรบางอย่าง

และผมเห็น "ผู้เฒ่า" สองคนแต่งตัวย้อนยุคเมื่อ 400 ปี เลย ผมยิ่งตื่นเต้นใหญ่

สถานที่โรงเบียร์ที่ใหญ่และคล้ายๆ กันจะมีอยู่ที่ญี่ปุ่นบนเกาะฮอกไกโด ตรงนั้นเอาไว้โอกาสหน้าฮะ

ซึ่งแน่นอน คนเยอรมันสามารถดื่มเบียร์ขณะทำงานและขับรถได้

...เรามาชมบรรยากาศกัน...



แล้วก็ถึง "วาระสำัคัญ" นั่นคือการ "ดูงาน" ซะที กาดูนนั้นก็มี 2 สถานที่ 

นั่นคือ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ และ มหาวิทยาลัยแลงท์ชู้ท ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืมิวนิคนั่นแหละ
 
เราก็ได้ทราบว่าโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์นั้นให้ควาอดภัยมากที่สุด (ถ้าอุปกรณ์สมบูรณ์) โดยสามารถกักเก็บรังษีได้มากกว่า 99.9 %

เรียกว่า มีรังษีน้อยกว่าวิทยุสื่อสารกันซะอีก

โดยมีรังษีที่รั่ลน้อยกว่าบนเครื่องบินซะอีก (ช่วงที่ไปยุโรปนั้น..ญี่ปุ่นเกิดสึนามิและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กำลังเจศึกหนัก จึงเป็นข่าวไม่ดีกับคำว่านิวเคลียร์)

....ดูภาพการเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยกัน....



ด้านล่างนี้จะเป็นการรวบรวมภาพที่ได้บันทึกไว้ มีทั้งหมด 77 กรอบ
ซึ่งเป็นความประทับใจของทุก ๆ คน ...ควรค่าแห่งการจดจำ
...

แหละต่อจากรูปภาพจะเป็น "ภาพยนต์" แห่งความทรงำที่ได้ไปยุโรปกันรอบนี้

....ติดตามชมกันได้เลย....





























































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































             ต่อไปนี้เป็น "ภาพยนต์" ของกลุ่มเรา เชิญชมกันได้เลย..













ขอให้โชคดีทุก ๆ คน จาก ...กระดิ่งทอง...